วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551

แนวโน้มและทิศทางการบริหารสำนักงานในอนาคต

แนวโน้มและทิศทางการบริหารสำนักงานในอนาคต
การเปลี่ยนแปรงมากมายในโลกยุคไร้พรมแดน เกิดเหตุการณ์สำคัญดังนี้

1. การบริการที่มีพื้นฐานจากภูมิปัญญา การจัดการอย่างเฉลียวฉลาด มีสติปัญญาดีเลิศ และบริการที่มีประสิทธิภาพในโลกของการแข่งขัน ถือเป็นการท้าทางการบริหารสูงที่สุด มักพบนวัตกรรมสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ โดยมีเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร(lnformation Technology หรือ IT)
เป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้ ผ่านคอมพิวเตอร์และการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ
2. การผลิตมากเกินไป (Overcapacity) ในบางประเทศมีการผลิตวัตถุดิบ สินค้า หรือ อาหารจำนวน
มากขึ้น มีผลให้ดัชนีราคาต่อค่าจ้างลดน้อยลง ในขณะที่บางประเทศอาจไม่มีอาหารเพียงพอ
ในระยะเวลายาว การปรับปรุงการศึกษาและการบริการที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้เกิดความมั่นคงได้ทั่วโลก และช่วยลดอัตราการเติบโตของประชากร
3. Software เป็นศูนย์รวมของนวัตกรรมทันสมัยและกิจกรรมทางบริหาร ช่วยอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนการสร้างคุณค่า และกระบวนการเชิงนวัตกรรม องค์ประกอบที่มีค่าสูงที่สุดในสินค้าคือ Software การปรับปรุงการบริหาร Software และการใช้ให้เกิดปรโยชน์สูงสุด จะช่วยสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ สร้างความสามารถการแข็งขันให้แก่ธุรกิจในอนาคต
4. โลกาภิวัตน์ การจัดหาจากแห่ลงภายนอกและกระจายความรู้ โลกไร้พรมแดนทำให้เกิดการค้าเสรีทั่วโลก ขณะเดียวกันจะเกิดการความรู้ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพราะการกระจายความรู้ด้านเทคโนโลยี มีแนวโน้มก่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่าทางเศรษฐกิจมากกว่านวัตกรรมพื้นฐาน
5. อำนาจใหม่และสภาวะการแข่งขันรุนแรง ทุกองค์ประกอบในองค์การสามารถสร้างคุณค่า และผลิตภาพของงานอิสระเพื่อการแข่งขันได้ทุกกิจกรรม แต่เป็นการแข่งขันไร้รูปแบบ ระบบวัตกรรมที่ยืดหยุ่น อาจเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยได้ในโลกการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นและรุนแรงเพิ่มขึ้น









นวัตกรรมประกอบด้วยขั้นตอน 4 ขั้น
1. การสร้างความคิด เป็นขั้นตอนเกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์คล้องจองกัน
ความเฉลียวฉลาดช่างประดิษฐ์คิดค้น
2. การทดลองเบื้องต้น ความคิดใหม่ต้องถูกตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวกับแนวคิด เพื่อสร้างคุณค่าการปฏิบัติให้มีศักยภาพ มีการแบ่งปันความคิดร่วมกับผู้อื่น
3. ศึกษาความเหมาะสม ระบุความเหมาะสมความเป็นไปได้ที่จะนำนวัตกรรมนั้นไปใช้จริง โดยพิจารณารวมถึงเรื่องของต้นทุนและผลประโยชน์

ลักษณะของสำนักงานที่มีนวัตกรรม
สำนักงานแบบใหม่ในอนาคต ให้ความสำคัญจากการสร้างนวัตกรรมและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สำนักงานที่มีนวัตกรรม จะมีลักษณะดังนี้
1. มีกลยุทธ์และนวัตกรรมในสำนักงานที่สนับสนุนกระบวนการนวัตกรรม
2. มีโครงสร้างสำนักงานที่สนับสนุนกระบวนการนวัตกรรม
3. เป็นสำนักงานที่มีส่วนในการสนับสนุนกระบวนการนวัตกรรม
4. ผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานให้การสนับสนุน

สำนักงานต้องสร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมกับการเกิดนวัตกรรม โดยมีบทบาทนวัตกรรม(lnnovation Roles) ประกอบด้วยบทบาทดังต่อไปนี้
1. ldea Generators บทบาทการเป็นผู้สร้างวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
2. lnformation Gatekeepers บทบาทในฐานะผู้สร้างบรรยากาศสำหรับผู้รู้ใหม่
3. Produt Champions บทบาทในฐานะรับความคิดใหม่และนำไปปฏิบัติ
4. Project Manager บทบาทในการจัดการและบริหารนวัตกรรม
5. Leaders บทบาทในฐานะผู้กระตุ้นและสนับสนุนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สำนักงานมีนวัตกรรม ควรได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง หมายความว่า ต้องมีการกระจายอำนาจและให้อำนาจที่แท้จริง ต้องออกแบบงานใหม่เพื่อสร้างความรู้สึกการเป็นเจ้าของ มีความพยายามสร้างประชาธิปไตยในสำนักงานภายใต้ไว้วางใจ ทำงานโดยยอมรับการเสี่ยว หาทางกำจัดความกลัวจากการล้มเหลว สุดท้ายต้องเต็มใจให้รางวัลกับนวัตกรรมที่มีความเสี่ยงสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

reengineering

ระบบบริหารการปรับรื้อ Reengineering ความว่า การพิจารณาหลักการพื้นฐานของกระบวนการทางธุรกิจ และการออกแบบขึ้นใหม่อย่างถอนรากถอนโคน เพื่อมุ่งบรรลุผลลัพธ์ของการปรับปรุงอันยิ่งใหญ่ โดยใช้มาตรวัดผลการปฏิบัติงานที่ทันสมัย และที่สำคัญได้แก่ ต้นทุน คุณภาพ การบริการ และความรวดเร็ว กิจกรรมหรือเทคนิคที่เน้นการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล โดยเฉพาะใช้กับธุรกิจที่มีการบริการมาก ๆ เช่น การธนาคาร หรือถ้าเกี่ยวกับการผลิต การปรับรื้อหมายถึง การเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ ระบบนี้จึงใช้ในธุรกิจบริการมากกว่า เทคนิคนี้เน้นการทำงานเพื่อให้ถูกต้องตามเป้าหมายที่แท้จริงหรือแก่นแท้ของเหตุผลของงานนั้น ๆ โดยการเขียนแผนผังกระบวนการ แล้วพิจารณาโดยการระดมสมอง สัมภาษณ์ เลียนแบบ ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เพื่อปรับรื้อกระบวนการทำงานโดยมีคำศัพท์หลักที่สำคัญ ดังนี้ -พื้นฐาน (Fundamental) คำศัพท์หลักคำนี้เป็นคำถามพื้นฐานที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งธุรกิจหรือองค์การจะต้องพิจารณาถึงพื้นฐาน สมมุติฐาน หรือกฎเกณฑ์ที่รองรับการดำเนินธุรกิจ และแฝงเร้นอยู่ในแนวทางปฏิบัติที่กำหนดขึ้นในการดำเนินงานหรือการดำเนินธุรกิจ โดยทั่วไป มักช่วยให้องค์การพิจารณาได้ว่าสมมุติฐานหรือกฎเกณฑ์นั้นผิดพลาด ไม่เหมาะสมหรือล้าสมัย ทั้งนี้ โดยการตั้งคำถามว่า “ทำไมเราจึงทำแบบนี้ ? ” , “ ทำไมเราจึงต้องทำอย่างที่เรากำลังทำอยู่ ? ” หรือ “ เราต้องทำอะไร หรือเราจะทำอย่างไร เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ? ” เป็นต้น- ถอนรากถอนโคน เป็นศัพท์ที่แผลงมาจากภาษาลาตินว่า Radix ซึ่งหมายถึง ราก การคิดหรือการออกแบบใหม่อย่างถอนรากถอนโคน หมายถึง การมุ่งที่รากแก้วของสิ่งทั้งหลาย ซึ่งไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเพียงผิวเผิน แต่เป็นการทิ้งของเดิมไปทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง หรือการออกแบบใหม่บนพื้นฐาน สมมุติฐาน หลักการ หรือกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด- ยิ่งใหญ่ (Dramatic) คำศัพท์หลัก “ยิ่งใหญ่” หรือ “ใหญ่หลวง” ในที่นี้ เป็นการเน้นย้ำว่า การทำรีเอ็นจิเนียริ่งมุ่งสู่การกระทำที่จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ของการทำงานที่ก้าวกระโดด หรือการบรรลุผลอันยิ่งใหญ่มโหฬาร เพราะความต้องการบรรลุเป้าหมายเพิ่มขึ้น การเพิ่มผลงาน หรือคุณภาพของผลงานเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่จำเป็นต้องอาศัยการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง เพียงใช้วิธีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว-กระบวนการ (Process) คำว่ากระบวนการ นับเป็นคำศัพท์หลักที่สำคัญอีกคำหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนหรือยุ่งยากสำหรับการทำรีเอ็นจิเนียริ่งอีกคำหนึ่ง เนื่องจากผู้บริหารหรือผู้อยู่ในแวดวงธุรกิจมักไม่ได้ให้ความสนใจกับ “กระบวนการ” ในระยะที่ผ่านมา มักมุ่งที่ตัวงาน เนื้องาน โครงสร้าง หรือตัวบุคคลผู้ปฏิบัติงานมากกว่า “กระบวนการ” คือ กลุ่มของกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่หนึ่ง หรือในกิจกรรมของการนำปัจจัยนำเข้า และกิจกรรมอื่น ๆ ตามลำดับ จนถึงกิจกรรมสุดท้ายที่เกิดเป็นผลลัพธ์หรือการได้รับปัจจัยนำออกที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้น ตามแนวคิดของ อดัม สมิธ การดำเนินธุรกิจหรือการทำงานมักถูกแบ่งเป็นงานย่อย ๆ ที่ง่ายที่สุด เพื่อมอบหมายให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เป็นผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นผลให้ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละงานมองไม่เห็นวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าหรือละเลยผลลัพธ์สุดท้ายของการทำงานที่ต้องการอย่างแท้จริง แต่กลับมุ่งพิจารณาหรือให้ความสนใจอยู่กับแต่ละงานย่อยของกระบวนการดำเนินธุรกิจหรือกระบวนการดำเนินงานเท่านั้น

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

MetaSolv ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ OSS (Time-to-Market OSS) เพื่อเสริมความรวดเร็วของบริการยุคหน้า



MetaSolv ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ Time-to-Market OSS เ
พื่อเสริมความรวดเร็วของบริการยุคหน้า


พลาโน, เท็กซัส และ ลอนดอน--(บิสิเนส ไวร์)--3 พ.ค. 2549
บริษัท MetaSolv Software, Inc. ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชันระบบสนับสนุนการปฏิบัติการแบบครบวงจรสำหรับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารแห่งยุคอนาคต ประกาศเปิดตัวระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ (OSS) Time-to-Market (TTM) ซึ่งใช้โซลูชั่น Provisioning 5 ของ MetaSolv
ผู้ให้บริการทั่วโลกมากขึ้นกว่าเดิมต่างกำลังต้องการความยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษจากโซลูชั่น OSS เพื่อรองรับวงจรการริเริ่ม, สร้างสรรค์และให้บริการระยะเวลา 90 วันหรือน้อยกว่า ด้วยการแนะนำ Time-to-Market OSS MetaSolv จึงสามารถมอบศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่ต้องเลือกอีกต่อไประหว่างความจำเป็นด้านการปฏิบัติการในการเปิดให้บริการใหม่ๆในยุคปัจจุบันด้วยเวลาและงบประมาณที่มีจำกัด และแพลตฟอร์ม OSS ที่สำคัญสำหรับระบบอัตโนมัติของการบริการแบบครบวงจรในยุคอนาคต ระบบ TTM OSS ของ MetaSolv มอบความสามารถในการปรับขยายทางด้านต้นทุน, ความทันสมัย, ปริมาณคำสั่งและพื้นที่การทำงานนับตั้งแต่การใช้งานในเบื้องต้นไปจนถึงโซลูชั่นที่สมบูรณ์
"ผู้ให้บริการการสื่อสารทั่วโลกกำลังให้บริการบนเครือข่าย IP ในช่วงระยะห่างของการสร้างสรรค์บริการที่สั้นมาก" นายแลร์รี่ โกลด์แมน พาร์ทเนอร์ของ OSS Observer กล่าว "พวกเขากำลังมองหาระบบ OSS ที่สามารถรองรับการเปิดตัวเครือข่าย VoIP และ IPTV ในปัจจุบันได้ ขณะเดียวกันก็คาดหวังการแนะนำ IMS และแพลตฟอร์ม Service Delivery Platforms"
ระบบ Time-to-Market OSS ของ MetaSolv ถูกออกแบบเป็นพิเศษเพื่อทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดให้บริการยุคอนาคตได้ทันทีในราคาย่อมเยาสำหรับช่วงริเริ่มในขั้นการนำร่อง, การทดลองและการใช้เบื้องต้น โซลูชั่นตัวนี้สามารถนำมาพัฒนาเพื่อรองรับความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงานแบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ โดยมีความสามารถในการปรับขยายและความแม่นยำในการทำงานต่อเนื่องที่มีความสำคัญกับการเปิดบริการในระดับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในตลาดขนาดใหญ่ TTM OSS จะทำให้ผู้ประกอบการที่ฉับไวมีเครื่องมือความแม่นยำซึ่งจำเป็นต่อการแนะนำและการริเริ่มของการใหม่ๆโดยมีความสามารถดังต่อไปนี้:
-- ประสานบุคลากร ระบบ และกิจกรรมที่มีจำนวนมากมายเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ใช้ขั้นปลายในระบบปฏิบัติการด้านงานสนับสนุน (back-office) มีอินเทอร์เฟซเว็บที่ต่อเนื่องเพื่อดูข้อมูลที่พวกเขาต้องการในทุกเวลาที่พวกเขาต้องการ
-- จัดหากระบวนการแบบ pre-packaged ต่อเนื่องเพื่อบริการยุคอนาคต รวมถึงบริการ IPTV
-- ใช้ระบบและแหล่งข้อมูลที่มีอยู่เพื่อดึงข้อมูลออกมาและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้ขั้นปลายในระบบปฏิบัติการด้านงานสนับสนุนในลักษณะเรียลไทม์
-- ติดตามการทำงาน ขั้นตอน และการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้ขั้นปลาย และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประเมินและปรับปรุงขั้นตอนเหล่านั้น และ
-- สนับสนุนการซ้ำขั้นตอนการให้บริการหลายครั้ง ขณะที่ผู้ให้บริการทำการแนะนำ ปรับปรุง พัฒนา และสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการให้บริการใหม่ๆ

ผู้ให้บริการหลายรายทั่วโลกประสบความสำเร็จในการใช้ระบบ Time-to-Market OSS ของ MetaSolv ซึ่งรวมถึงการให้บริการข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ในละตินอเมริกา และบริการ VoIP สำหรับผู้ให้บริการรายใหญ่ในเอเชีย นอกจากนี้ ระบบ Time-to-Market OSS ของ MetaSolv มีการนำไปใช้กับ PTT รายใหญ่ในยุโรปเพื่อการให้บริการ IP และ Ethernet ซึ่งมีระบบที่ทำให้สามารถผนวกรวมกับระบบปัจจุบันและระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็วเพื่อการให้บริการที่ฉับไว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายแบบครบวงจร ในกรณีนี้ ระบบ Time-to-Market OSS ของ MetaSolv ช่วยลดเวลาในการให้บริการลงจากชั่วโมงเป็นนาที รวมทั้งเพิ่มคุณภาพและความถูกต้องของบริการ ขณะเดียวกันก็ใช้การลงทุนในระบบที่มีอยู่แล้ว
"ระบบ Time-to-Market OSS ของ MetaSolv ซึ่งใช้ Provisioning 5 นั้น ได้รับการออกแบบและบรรจุเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ให้บริการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเปิดตัวบริการใหม่ๆภายในเวลาอันรวดเร็วอย่างคุ้มค่า" นายเดวิด ชาร์ปลีย์ รองประธานบริหารฝ่ายบริหารจัดการการตลาดและผลิตภัณฑ์ของ MetaSolv กล่าว "ระบบที่เป็นนวัตกรรมใหมอง MetaSolv ทำให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างความสมดุลของการบรรลุเวลาในการออกสู่ตลาดสำหรับบริการใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังรักษาวิสัยทัศน์ OSS ที่สำคัญไปพร้อมๆกัน"
เกี่ยวกับ MetaSolv
MetaSolv, Inc. (Nasdaq:MSLV) เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นระบบสนับสนุการปฏิบัติงานแบบครบวงจรสำหรับกลุ่มผู้ให้บริการสื่อสารยุคอนาคต MetaSolv จะดำเนินกระบวนการจัดหาแบบ order-to-activate โดยอัตโนมัติสำหรับกลุ่มผู้ให้บริการสื่อสารเคลื่อนที่และพื้นฐานที่อิงกับ IP ยุคหน้าและแบบดั้งเดิม ศักยภาพด้านการบริการและเทคโนโลยีที่หลากหลายของ MetaSolv ยังรวมถึงการจัดการคำสั่ง การจัดการสินค้าคงคลัง กิจกรรมการบริการ และการเชื่อมต่อเครือข่าย กลุ่มผู้ให้บริการระดับโลกมากกว่า 170 ราย อาทิ Brasil Telecom, BT, Cable & Wireless, O2, Singtel, Sprint, Telstra, T-Mobile, UPC, Verizon Dominicana และ Vodafone ต่างเลือกใช้โซลูชั่นของ MetaSolv เพื่อเพิ่มรายรับ ลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงการให้บริการลูกค้า MetaSolv เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองพลาโน รัฐเท็กซัส แหล่งที่มา


ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.metasolv.com
MetaSolv เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ขณะที่สัญลักษณ์ MetaSolv logo และ MetaSolv Solution เป็นเครื่องหมายการค้าของ MetaSolv Software, Inc ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง
ติดต่อ: MetaSolv Software, Inc., เมืองพลาโน
ซินดี้ โจนส์, 972-403-8936
cijones@metasolv.com
Back to May 4, 2006 Headlines

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ ชารลส์ แบบเบจ










บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ ชารลส์ แบบเบจ
(Charles Babbage)





ชารลส์ แบบเบจ (Charles Babbage: 1792 - 1871) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ประดิษฐ์เครื่องผลต่าง (Difference Engine) ขึ้นมาในปี 1832 เป็นเครื่องคำนวณที่ประกอบด้วยฟันเฟืองจำนวนมาก สามารถคำนวณค่าของตารางได้โดยอัตโนมัติ แล้วส่งผลลัพธ์ไปตอกลงบนแผ่นพิมพ์สำหรับนำไปพิมพ์ได้ทัน แบบเบจได้พัฒนาเครื่องผลต่างอีกครั้งในปี 1852 โดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐสภาอังกฤษ แต่ก็ต้องยุติลงเมื่อผลการดำเนินการไม่ได้ดังที่หวังไว้
























หลังจากนั้นแบบเบจก็หันมาออกแบบเครื่องวิเคราะห์ (Babbage's Analytical Engine) โดยเครื่องนี้ประกอบด้วย "หน่วยความจำ" ซึ่งก็คือ ฟันเฟืองสำหรับนับ "หน่วยคำนวณ" ที่สามารถบวกลบคูณหารได้ "บัตรปฏิบัติ" คล้ายๆ บัตรเจาะรูใช้เป็นตัวเลือกว่าจะคำนวณอะไร "บัตรตัวแปร" ใช้เลือกว่าจะใช้ข้อมูลจากหน่วยความจำใด และ "ส่วนแสดงผล" ซึ่งก็คือ "เครื่องพิมพ์ หรือเครื่องเจาะบัตร" แต่บุคคลที่นำแนวคิดของแบบเบจมาสร้างเครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) ก็คือ ลูกชายของแบบเบจชื่อ เฮนรี่ (Henry) ในปี 1910

















อย่างไรก็ตามความคิดของแบบเบจ เกี่ยวกับเครื่องผลต่าง และเครื่องวิเคราะห์ เป็นประโยชน์ต่อวงการคอมพิวเตอร์ในยุคต่อมามาก จึงได้รับสมญาว่า "บิดาแห่งคอมพิวเตอร์" เนื่องจากประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ 1. ส่วนเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ 2. ส่วนประมวลผล เป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ 3. ส่วนควบคุม เป็นส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างส่วนเก็บข้อมูลและส่วนประมวลผล 4. ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับข้อมูลจากภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนเก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณทำให้เครื่องวิเคราะห์นี้ มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

แหล่งที่มา

http://www2.nectec.or.th/courseware/computer/computer-history/0008.html



ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสำนักงานอัตโนมัติ OSS

ความหมายของสำนักงาน
•สำนักงาน หมายถึง หน่วยที่มีการปฏิบัติงานอย่างมีระบบ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลต่าง ๆ ในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
•สำนักงาน ยังเป็นสถานที่ตั้งของหน่วยซึ่ง ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมการงานของธุรกิจ
•สำนักงาน เป็นสถานที่ซึ่งมีการจัดทำ เอกสาร และการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ
•สำนักงาน มักจะถูกจัดให้เป็นศูนย์ปฏิบัติงานเอกสาร ศูนย์ความจำ แหล่งอำ นวยความสะดวก พบปะ ติดต่อ ประสานงานระหว่างผู้มาติดต่อและผู้ที่ทำ งานอยู่ในสำ นักงาน
ความสำคัญของสำนักงาน

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้และเข้าใจ ก็คือ หน้าที่ของสำนักงาน คือ
1. เป็นศูนย์ในการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ซึ่งจะจัดให้มีการบริการและการควบคุม
2. เป็นสถานที่จัดระบบและวิธีปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ และยังสามารถที่จะร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี
3. เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นจริง ครบถ้วน และเชื่อถือได้
ความสำคัญของสำนักงานอัตโนมัติ

สำนักงานอัตโนมัติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่นาน หลังจากที่เทคโนโลยีต่าง ๆ ของ
ระบบคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารต่าง ๆ ได้มีการพัฒนามาถึงขั้นที่สามารถ
เชื่อมต่อเข้าหากันได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ในลักษณะที่เป็นเครือข่าย และ
สิ่งที่จะสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายก็ คือ ในระบบสำ นักงานอัติโนมัติโดยส่วนใหญ่
แล้วจะไม่ค่อยมีเรื่องของการใช้กระดาษเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงาน และสาเหตุที่
สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำ ให้เกิดการตื่นตัวในเรื่องของสำ นักงานอัติโนมัตินี้ ก็คือ
–ค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงาน ที่ต้องใช้จ่ายในสำนักงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
–ต้นทุนของสินค้าและบริการก็สูงขึ้น
–ประสิทธิภาพในการทำ งานลดลงไม่ทันกับอัตราการขยายตัวทางธุรกิจ
ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติ

การรับข้อมูลเข้าในสำ นักงานอัตโนมัติ จะใช้การบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ลงในอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถทำ การเพิ่มเติม แก้ไข ตรวจทาน ข้อมูลที่ป้อนได้
ตลอดเวลา ซึ่งไม่จำ เป็นต้องใช้กระดาษในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เลย
การจัดการประมวลผลข้อมูล เป็นการนำ เอาข้อมูลที่ได้ทำ การป้อนไว้แล้วในขั้น
ตอนแรกและเก็บเอาไว้ในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทป หรือแผ่นดิสก์ แล้วนำ เอาข้อ
มูลเหล่านั้นมาประมวลผลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ
การเตรียมข้อมูลออก เป็นการส่งข้อมูลที่ได้จากการประมวลผล เพื่อนำ ไปใช้งาน
ต่าง ๆ ด้วยอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ระบบโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็น
สายเคเบิล สายโทรศัพท์ สายโทรทัศน์ หรือดาวเทียม
การส่งข้อมูลออก ความสามารถในการส่งข้อมูลออกนี้จะทำ ได้ดีกว่า นอกจากจะ
สามารถเก็บและเรียกใช้ข้อมูลได้แล้วยังสามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ ในรูปของ
สัญญาณดิจิตอลไปตามสื่อกลางต่าง ๆ ที่เรียกว่า ระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์









แหล่งที่มา

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ
อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในระบบสำนักงานอัตโนมัติสำนัก งานอัตโนมัติมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน สำนักงานอัตโนมัติมีบทบาทในการทำให้หน่วยงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีบทบาทในการทำให้ผู้บริหารมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น และมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม การจัดสำนักงานอัตโนมัติจะต้องพิจารณาหาเครื่องมือและปัจจัยต่างๆ ที่จะสนับสนุนผู้ใช้ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ ช่วยให้ผู้ใช้ระดับต่างๆ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นหน้าที่ของสำนักงาน อัตโนมัติ ซึ่งต้องทำงานทั้งในแบบอิสระ เป็นกลุ่มหรือทีมงาน และใช้ในการปฏิบัติงานข้ามสำนักงดดังนั้น การพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติจะต้องพิจารณาจัดหาเครื่องมือให้ผู้ใช้ระดับต่างๆ ทำงานได้

อุปกรณ์ที่สำมาใช้ในระบบสำนักงานคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่งซึ่ง คอมพิวเตอร์นี้ จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งานด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆ ผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอร์การใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันของ เครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบสำนักงานอัตโนมัติสามารถทำได้โดยเครื่อง คอมพิวเตอร์ในแต่ละเครื่องที่ติดต่อกันผ่านระบบ Lan สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ ดังตัวอย่างการไหลเวียนของเส้นสีน้ำเงินเป็นการ ส่งสัญญานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านบนผ่าน LanCard Switching เข้าไปสั่งให้อุปกรณ์สำนักงาน คือ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ทำงานโดยผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวไว้แล้วSwitching/Hub เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อต่อกันระหว่าง สายเคเบิลที่พ่วงต่อกับ LanCard ของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ
เพื่อรวมกันเป็นชุดเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ขนาดของ Switching/Hub มีหลากหลายขนาดด้วยกันแล้วแต่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในระบบมาก น้อยเพียงได และต้องการใช้ความเร็วในการประมวลผลของระบบเท่าไร ก็สามารถกำหนดตามความต้องการใด้Modem เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญานโทรศัพท์ ให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้ Modem นี้จะนำมาใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย หรือ Server ก็ต่อเมื่อระบบต้องการใช้ Internet ในการติดต่อสื่อสาร และหาข้อมูลก็จะนำมาใช้งานร่วมกับ SwitchingLanCard สายเคเบิล ซึ่งจะทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถใช้งาน Internet ได้เช่นเดียวกับเครื่อง แม่ข่าย หรือ ServerSoftware เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน มี Software ใหม่ ๆ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของระบบสำนักงานอัตโนมัติ เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows Linux NT เป็นต้นซึ่งจะมี Software ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ของแต่ละชนิดได้เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows จะมีชุด Microsoft Office ที่จะคอยอำนวยความสะดวกในการทำงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน เป็นต้นโทรศัพท์ ระบบโทรคมนาคมซึ่งใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้า เป็นเครื่องมือสื่อสารให้ติดต่อพูดถึงกันได้ในระยะไกลโดยใช้สายตัวนำโยงติดต่อถึงกัน และอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหลักสำคัญไวhttp://duenpen.ssrw.ac.th/v10.htmhttp://th.wikipedia.org/wiki/โทรศัพท์http://www.yupparaj.ac.th/RoomNet2544/chittrakorn/Page/Hardware1.htm